อมิโนแมก8000

อมิโนแมก8000
เป็นโปรตีนเม็ดที่ช่วยเสริมการสร้างกล้าม โ่ตได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้กล้ามโต เหมาะในการพกพา ขนาด 350 เม็ด ราคาสุดคุ้ม 1,700บาท รวมค่าส่งแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

phi heath ใช้อะไรบ้าง

จากที่เคยได้ยินมา นักเพาะกายต่างประเทศ เขาใช้ยาสเรียรอยด์กันบ้างไหม  เวปที่ผมไปนำมาจากเวปต่างประเทศ ชื่อ http://www.uk-muscle.co.uk/
ซึ่งวิธีการใช้จะแตกต่างกับสมัยก่อนๆมาก เพราะ ร่างกายนักเพาะกายในปัจจุบัน จะมีขนาดใหญ่มากๆ กว่าแต่ก่อน ซึ่งการใช้จะมากขึ้นไปด้วย การใช้ยาจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น  เรามาดูตารางยาของ พี่ phil health กันครับ
Weeks 1-12
4,000mg testosterone in various esters
200mg TNE pre workout
100mg dbol pre workout
100mg anadrol pre workout
1,050mg trenbolone acetate per week 
2,000mg equipoise
1,050mg npp
1,000mg deca durabolin 
32iu serostim daily 
IM 15iu humalog prior to every meal
IM 30iu humalog prior to training 
120mcg IGF-1 injected bilaterally in muscles trained 

Weeks 13-16
2,000mg testosterone in various esters
16iu serostim daily 
1,000mg equipoise 
1,000mg deca durabolin 


ซึ่งในคนธรรมดา ไม่สามารถใช้ได้และ อาจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้าใช้ไม่หมดครับ 

อาหารนักเพาะกายสำหรับคนทำงานออฟฟิศ

นักเพาะกายที่อยู่ในวัยทำงาน

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้มีเวลามาดูแลเรื่องอาหารเพาะกายในแต่ละมื้อมากนัก ถึงเวลาพักเที่ยงก็จะพยายามกินอาหารให้เยอะๆเข้าไว้ แล้วอยู่ยาวจนถึงเวลาเลิกงาน แล้วไปเล่นกล้ามต่อเลย ซึ่งเป็นปกติสำหรับคนทำงานทั่วไป แต่ไม่ใช่สำหรับนักเพาะกายอย่างเรา ๆ แน่นอน

นี่คือเคล็ดลับที่จะบริหารการรับประทานอาหารของนักเพาะกายในวัยทำงานซึ่งไม่ค่อยจะมีเวลาดูแลเรื่องอาหารเพาะกายมากนัก

1  ให้แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ 4 – 6 มื้อเล็กๆ เช่นปกติเราทานอาหาร 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น มื้อละจานครึ่ง ให้เปลี่ยนเป็น ทาน 6 มื้อ โดยทาน 7 โมงเช้า สิบโมงเช้า เที่ยง บ่ายสามโมง หลังเล่นกล้าม ก่อนนอน แต่ละมื้อควรเว้นระยะห่างกันสักสองชั่วโมงถึงสามชั่วโมง
2  ใน 6 มื้อข้างต้นคุณอาจจะไม่ต้องทานอาหารทุกมื้อก็ได้ ในมื้อย่อยๆ เช่นมื้อสิบโมงเช้า คุณอาจจะทำแซนวิสไส้ทูน่าผสมไข่ขาวทามายองเนส ไปทานที่ทำงานสักสองคู่
3  ดื่มน้ำให้พอเพียง ในระหว่างเวลาทำงานให้คุณนำน้ำเปล่าหรือนมติดไว้ข้าง ๆ โต๊ะทำงาน ว่างๆก็ยกขึ้นมาจิบดื่มกินไปทีละน้อยๆ ให้หมดขวด 1.5 ลิตร
4  หากคุณไม่มีเวลารับประทานผัก หรือผลไม้ ให้คุณกินวิตามินรวมแทน ซึ่งง่ายและสะดวกกว่ามาก ๆ
5  ทำอาหารไปรับประทานเองที่ทำงาน  คุณคงไม่สามารถควบคุมได้ว่าให้ร้านอาหารใช้น้ำมันอะไรหรือให้เค้าชั่งเนื้อแดงสองร้อยกรัมพอดีแล้วค่อยนำมาทำอาหารให้คุณทาน ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ ทำไปทานเองซึ่งคุณสามารถควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ได้เอง
ควรเตรียมอาหารเป็นกล่อง เพื่อสะดวกในการรับประทาน คงไม่ยากจนเกินไปสำหรับ คนที่จะเอาดีด้าน เพาะกายครับ

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

กล้ามหน้าแขนกับแชมป์โลก

เทคนิคการฝึกกล้ามหน้าแขน กับระดับแชมป์โลก เขาบอกว่าไม่ควรรีบยก ค่อยๆยก จะทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงานยืดหดและคลายตัวได้อย่างเต็มที่ครับ

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีหายใจขณะเล่นกล้าม

การหายใจระหว่างฝึกของทุกท่าฝึก
  • เวลาออกแรง ให้หายใจออก
  • เวลาผ่อนแรง เคลื่อนไหวท่าฝึกกลับสู่จุดเดิม ให้หายใจเข้า
ห้ามกลั้นหายใจระหว่างการเคลื่อนไหวท่าฝึกเด็ดขาด เพราะจะทำให้มึนหัว หน้ามืด และหมดสติได้ และถ้าหมดสติระหว่างที่เคลื่อนไหวท่าฝึกอยู่นั้น อาจทำให้บาร์เบลล์ตกใส่เรา ทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้
ซึ่งการออกแรง ใช้หายใจออก และผ่อนแรง ใช้หายใจเข้า สามารถใช้ได้กับท่าฝึกทุกท่าฝึก
เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนไหวท่าฝึก
เวลาออกแรง ใช้เวลา 1 วินาทีครึ่ง - 2 วินาที
  • เวลาผ่อนแรง ใช้เวลา 3 - 4 วินาที

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

เริ่มต้นเล่นกล้าม

การฝึกเพาะกายขั้นต้น เป็นเบสิคที่คนที่เร่มเล่นเพาะกาย ( เล่นกล้าม ) ควรจะฝึก ไม่ว่าจะต้องการหุ่นแบบนักกล้าม หรือ หุ่นนายแบบก็ตาม การเริ่มต้นพื้นฐานการฝึก ก็จะเมือนๆกัน ไม่ต่างกันแต่อย่างใด ระบบการฝึก อาจจะออกแบบให้เป็นพิเศษตามแต่กรณีของบุคคล แต่ท่าฝึกทุกอย่างในการฝึกเพาะกายขั้นต้นนั้น ก็เหมือนๆกัน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ดังนั้น หากจะประสบความสำเร็จในการฝึกอย่างรวดเร็ว ควรจะอ่านเนื้อหาทั้งหมดให้เข้าใจเสียก่อน แล้วถึงจะลงมือฝึกจริง อย่าฝึกไปกางตำราไป หรือสนใจแต่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะ การดูแต่ตารางฝึก ไม่ยอมสนใจส่วนอื่น เพราะเนื้อเรื่องที่พิมพ์ลงไปนั้น เนื้อหาทุกตอน ขาดตอนใดตอนหนึ่งไปไม่ได้  ทุกตอนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ไม่ใช่สำคัญแค่เฉพาะตารางฝึกอย่างเดียว เพราะเนื้อหาทุกอย่างนั้น มีความเชื่องโยงกันหมด ที่จะช่วยให้คุณ มีกล้ามเนื้อ และรูปร่างอย่างที่ผู้ฝึกต้องการ
ความสำคัญ อยู่ที่
การฝึกฝน การกิน การพักผ่อน และจิตใจครับ
อุปกรณ์ที่สำคัญในการฝึก
  1. ม้าฝึกแบบปรับเป็นม้าราบและเอียงสูงได้ ( จะมีที่เล่นกล้ามต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง หรือไม่ต้องมีก็ได้ ) และมีขาตั้งอยู่ที่หัวม้าฝึก สำหรับฝึกอก หรือฝึกท่าอื่นๆในท่านอน
  2. คานบาร์เบลล์อย่างน้อย 2 อัน 10 ฟุต 1 อัน และ 4 - 5 ฟุตอีก 1 อัน เอาไว้แยกเล่นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก
  3. คานดัมเบลล์อย่างน้อย 1 - 2 คู่ เพราะจะได้ปรับน่ำหนักได้หลายๆขนาด คู่แรกสำหรับใส่น้ำหนักเบา และอีกคู่นึง สำหรับ ใช้น้ำหนักในการฝึกที่หนัก เอาไว้สำหรับฝึกในเพาะกายขั้นกลาง
  4. ชุดลูกเหล็กหลากหลายขนาดอีก 1 ชุด อย่าซื้อมาแต่ลูกใหญ่อย่างเดียว ให้ซื้อลูกเล็กๆด้วย เช่น 0.5 , 1 , 1.25 , 1.5 , 2 , 2.5 , 3 , 4 และ 5 ก.ก. เพราะการเพิ่มน้ำหนักลูกเหล็กเมื่อเราฝึกจนเบา จะเพิ่มเข้าไปแค่ครั้งละ 0.5 - 1 ก.ก. เน้น ไม่เกิน 1.5 - 2 ก.ก.
  5. ขาตั้งสำหรับฝึกต้นขาท่า Squat ถ้าอยากมีหุ่นแบบไม่อายใคร ก็ต้องฝึกท่านี้ และในอนาคต เมื่อเราแข็งแรงมากขึ้น ก็จะใช้ขาตั้งนี้ สำหรับฝึกกล้ามไหล่ได้ โดยอาจจะหาร้านเชื่อมเหล็ก แล้วสั่งทำให้ก็ได้ ราคาก็ต่อรองกันเอาเอง หรือหาไม้มาประกอบก็ได้ วัดขนาดดีๆ และประกอบให้แข็งแรงและคงทน เป็นขาตั้งแบบแยกชิ้น 2 ข้าง แบบที่นักยกน้ำหนักทีมชาติเขาใช้กัน เวลาจะฝึกก็ยกออกมา เวลาฝึกเสร็จก็ยกเก็บได้สะดวก
  6. เข็มขัดที่ใช้สำหรับยกน้ำหนัก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน เพราะจะได้ใส่เอาไว้เวลาฝึกในท่ายืน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหลังส่วนล่าง เพราะหลังส่วนล่างรับน้ำหนักได้อย่างมากแค่ 4 ก.ก.เท่านั้น ตอนแรกไม่ใช้น้ำหนักลูกเหล็กในการฝึกหนักมากก็จริง แต่เมื่อเราแข็งแรงมากขึ้น เราก็จะใช้น้ำหนักในการฝึกได้มากขึ้น และก็จะมีเปอร์เซนต์ในการเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บมากขึ้น แม้ว่าเราจะเคลื่อนไหวการฝึกอย่างถูกท่าก็ตาม ( อันนี้ สำคัญมาก )
  7. มีเนื้อที่ภายในบ้านอย่างเพียงพอ ที่จะวางอุปกรณ์ได้อย่างไม่เกะกะ ทำให้สะดวกในการฝึกการนับจำนวนครั้ง ในภาษาอังกฤษคือ Reps การนับจำนวนครั้งนั้น นับจากที่เราออกแรงจนสุดจังหวะ และผ่อนแรงกลับมาสู่จังหวะเริ่มต้น คือ ไปกลับครบ 1 เที่ยว ให้เรานับเป็น 1 ครั้ง ไม่ใช่ขาไปนับเป็น 1 ขากลับนับเป็น 2
    การกำหนดจำนวนครั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่จุดประสงค์ของการสร้างกล้ามเนื้อ ว่าจะให้ออกมาเป็นแบบไหน โดยการฝึกเพาะกายขั้นต้นนั้น จะเน้นการฝึกด้วยจำนวนครั้ง 8 - 12 ครั้ง โดย 8 ครั้ง เป็นการเน้นสร้างขนาด และ 10 - 12 ครั้ง เป็นการสร้างขนาดที่มาพร้อมกับความทนทาน ที่เรียกว่า พอใหญ่ และพอชัด ซึ่งการสร้างกล้ามเนื้อของการฝึกเพาะกายขั้นต้นนั้น จะต้องเน้นทั้งการสร้างขนาดของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่ง และทนทานของกล้ามเนื้อ ควมแข็งแรงของเอ็น ข้อต่อ และกระดูก ซึ่ง จำนวนครั้ง 8 - 12 ครั้งนั้น จึงเป็นจำนวนครั้งที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้นฝึกเพาะกายขั้นต้น ในการเตรียมตัวสู่เพาะกายขั้นกลาง ถึงจะมีการฝึกให้จำนวนครั้งต่ำกว่า 8 ครั้ง
    เซ็ท คือ การที่เราฝึกได้ครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ในรอบนั้นแล้ว เช่น เราจะฝึกให้ได้ 12 ครั้ง เมื่อครบ 12 ครั้งแล้ว เราก็จะวางลูกเหล็ก ถือเป็นการจบ 1 เซ็ท และพักภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ก็ให้ฝึกท่าเดิมซ้ำอีกครั้งนึง ก็ถือว่า เป็นการเริ่มต้นเซ็ทที่ 2 และฝึกจนครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ แล้วจึงพัก ถือว่าเป็นการจบเซ็ทที่ 2 เป็นต้น บางครั้ง อาจจะเรียกว่า " รอบ " หรือ " ยก " ก็ได้ ( แต่ผู้ฝึกส่วนใหญ่ นิยมเรียกทับศัพท์มากกว่า )
    การฝึก เพาะกายขั้นต้นนั้น การฝึก จะต้องเริ่มต้นที่ 1 เซ็ท และก็ไต่ขึ้นไปเป็น 2 เซ็ท และ 3 เซ็ท ตามลำดับ โดยจะปรับขึ้นไปตามตารางฝึกที่กำหนดไว้ โดยการฝึกเพาะกายขั้นต้น จะฝึกได้สูงสุดท่าละ 4 เซ็ท แต่ท่าฝึกท้อง จะยืนไว้ที่ 3 เซ็ท เพื่อป้องกันการฝึกอย่างหักโหม

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Clomid ยาต้านแอสโตรเจน

Clomid 
ยานี้ใช้สำหรับ  
  • ยานี้ใช้รับประทานเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการตกไข่ในสตรีที่ไม่สร้างไข่แต่ต้องการตั้งครรภ์
  • ในบางกรณียานี้ใช้สำหรับรักษาภาวะการมีบุตรยากในบุรุษ
  • ในบางกรณียานี้ใช้สำหรับรักษาภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ในบางกรณียานี้ใช้สำหรับรักษาภาวะการเกิดก้อนพังผืดที่เต้านม (fibrocystic breasts)
  • ในบางกรณียานี้ใช้สำหรับรักษาภาวะการสร้างน้ำนมมากเกินไป

    วิธีใช้ยา 
  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ด ใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปยานี้รับประทานวันละครั้ง ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มรับประทานเม็ดแรกในวันที่เริ่มมีประจำเดือน หรือภายในวันที่ 5 ของรอบเดือน ใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยา ผู้ใช้ยานี้ควรรับประทานยาในช่วงเดียวกันของทุกวัน
  • เนื่องจากยานี้อาจทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพไม่ชัด ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือการทำงานกับเครื่องจักรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
  • การใช้ยานี้ในระยะยาวอาจส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่เพิ่มสูงขึ้น จึงไม่ควรใช้ยานี้ต่อเนื่องกันเกิน 6 รอบการมีประจำเดือน ผู้ใช้ยาควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าว
  • หยุดรับประทานยานี้ และแจ้งแพทย์ผู้รักษาให้ทราบทันทีหากสงสัยว่าเกิดการตั้งครรภ์


  • สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ 
  • การแพ้ยา clomiphene หรือยาอื่นๆ การแพ้อาหาร, สารแต่งสี หรือวัตถุกันเสีย
  • ยาอื่นๆ ทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร ที่ท่านใช้อยู่ในขณะนี้หรือกำลังจะใช้
  • เป็นโรคตับ
  • มีถุงน้ำในรังไข่ (ovarian cysts)
  • มีเนื้องอกในมดลูก (uterine fibroids)
  • มีเลือดออกจากช่องคลอดอย่างผิดปกติ
  • มีเนื้องอกในต่อมใต้สมอง (pituitary tumor)
  • เป็นโรคความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
  • เป็นโรคความผิดปกติของต่อมหมวกไต
  • การตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาให้ทราบทันทีหากเกิดการตั้งครรภ์ระหว่างการใช้ยานี้
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด หรือลิ่มเลือดอุดตัน
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • ซึมเศร้า
  • สูบบุหรี่ 

    ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา 
  • ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

    อาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 
    1) อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที 
    มีดังนี้ เห็นภาพไม่ชัด การมองเห็นภาพผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ปวดท้อง หรือปวดท้องน้อย ท้องบวม น้ำหนักเพิ่ม หายใจลำบากอย่างเฉียบพลัน คลื่นไส้ อาเจียน พร้อมกับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีอาการแพ้ ผื่นคัน บวมบริเวณหน้า ปาก ลิ้น
    2) อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยา หากเป็นต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ
    มีดังนี้ หน้าแดง รู้สึกร่างกายร้อนผ่าว (flushing) คลื่นไส้ อาเจียน คัดตึงเต้านม ปวดศีรษะ มีเลือดออกจากช่องคลอดอย่างผิดปกติ
    การเก็บรักษายา 
  • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิทและเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • เก็ยยาในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความร้อนและความชื้น
  • ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ    
  • แต่ในแวดวง นักเพาะกาย และนักสร้างกล้าม จะใช้ในกรณีที่ใช้ยาสเตียรอยจำนวนมากเกินไปทำให้ ฮอร์โมนเพศหญิงที่มีในร่างกายลดลง จะต้อง ทานยาตัวนี้ เพื่อต้านและดึงฮอร์โมนเพศหญิงขึ้นมาครับ
  • ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวปต่างประเทศ http://www.doctoroz.com
  • วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

    Halotestin

    Halotestin ไม่ค่อยนิยมใช้มากนักในหมู่นักกีฬาเพาะกาย เพราะหาได้ยากมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งแทบจะไม่มีจำหน่าย ผมได้นำบทความ มาจากเวปต่างประเทศ คือ http://www.steroidal.com ใช้ในกรณี ที่เราใช้ ตัวยาเร่งกล้าม เยอะจนเกินไป หรือฮอร์โมนเพศชายผลิตออกมาต่ำ เราจะใช้ ตัว ฮาโลเทสติน เข้ามาเสริม และหลักสำคัญคือ เพิ่มแรงในการฝึกซ้อมให้มากขึ้น เพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ
    เริ่มต้นวงจรHalotestin
    ตัวอย่างวงจร (12 สัปดาห์ที่รอบเวลาทั้งหมด) 
    1 สัปดาห์ - 12: 
    - ฮอร์โมนเพศ Enanthate 300 - 500mg/week 
    สัปดาห์ 1-6: 
    - Halotestin (Fluoxymesterone) ที่ 20mg/วัน
    จริงๆ ตารางจะเพิ่มรอบมากกว่านี้ ให้ลองไปอ่านในเวปต่างประเทศที่ผมได้ เอาชื่อเวปมาลงให้ดู เพราะยาพวกนี้เป็นยาอันตราย ไม่เหมาะใช้ ต้องอยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างเดียว